พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 3 หน้าที่ 284

พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 3
<< | หน้าที่ 284 | >>

พระบัญญัติ


[๑๐๕๕] ก็ภิกษุณีใดไม่ไปรับโอวาท หรือธรรมเป็นเหตุอยู่ร่วมกัน ต้อง อาบัติปาจิตตีย์

เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จบ


สิกขาบทวิภังค์


{๓๕๖} [๑๐๕๖] คำว่า ก็ ... ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็ ... ใด

คำว่า ภิกษุณี มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุณี เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้ มีพระภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุณี ในความหมายนี้

ที่ชื่อว่า โอวาท ได้แก่ ครุธรรม ๘ ประการ

ที่ชื่อว่า ธรรมเป็นเหตุอยู่ร่วมกัน ได้แก่ กรรมที่ทำร่วมกัน อุทเทสที่สวด ร่วมกัน ความมีสิกขาเสมอกัน

ภิกษุณีพอทอดธุระว่า “เราจะไม่ไปรับโอวาทหรือธรรมเป็นเหตุอยู่ร่วมกัน” ต้องอาบัติปาจิตตีย์

อนาปัตติวาร


ภิกษุณีต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ


{๓๕๗} [๑๐๕๗] ๑. ภิกษุณีไม่ไปรับโอวาทในเมื่อมีอันตราย

๒. ภิกษุณีแสวงหาแล้วแต่ไม่ได้ภิกษุณีเป็นเพื่อน

๓. ภิกษุณีผู้เป็นไข้

๔. ภิกษุณีผู้มีเหตุขัดข้อง

๕. ภิกษุณีวิกลจริต

๖. ภิกษุณีต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๘ จบ


๑ ครุธรรม ๘ ประการนี้ พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าขณะที่ประทับอยู่ ณ กูฎาคารศาลา ป่ามหาวัน ได้ประทานแก่พระนางมหาปชาบดีโคตมีผู้เดินทางไกลจากกรุงบิลพัสดุ์เพื่อทูลบวชเป็นภิกษุณีในพระ พุทธศาสนา นับเป็นภิกษุณีรูปแรก และเป็นการประทานครุธรรมครั้งแรก (ดู วินัยปิฎกแปล เล่ม ๒ ข้อ ๑๔๙ หน้า ๓๒๒-๓๒๓, วิ.จู. ๗/๔๐๓/๒๓๓-๒๓๕)